วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2551

น้ำท่วมตัดขาด ถ.มิตรภาพ ขอนแก่น ขาเข้า

ตำรวจทางหลวง ขอนแก่น เผย ถนนสายมิตรภาพมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ถูกตัดขาดแล้ว 10 จุด เนื่องจากระดับน้ำยังสูงต่อเนื่องพร้อมแนะให้ประชาชนใช้เส้นทาง ขอนแก่น-มหาสารคาม แทนชั่วคราว
พ.ต.ท.นเรศ ขมิ้นเครือ รองผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจทางหลวง เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ ระดับน้ำท่วมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลอดแนวถนนมิตรภาพ เส้นทางมุ่งหน้าเข้าสู่ กทม. และเส้นทางขาเข้าตัวเมืองขอนแก่น ถูกตัดขาดแล้ว รวมกว่า 10 จุด อันมีผลมาจากระดับน้ำที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปิดช่องทางการเดินรถทั้งฝั่งขาขึ้นและขาล่อง ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร โดยเฉพาะที่กิโลเมตรที่ 29 ต.ท่าพระ อ.เมือง กิโลเมตรที่ 407-408 อ.บ้านไผ่ กิโลเมตรที่ 431-432 กิโลเมตรที่ 445-446 อ.น้ำพอง และถนนสายเลี่ยงเมืองขอนแก่น-กทม.-เลย และขอนแก่น-กาฬสินธุ์ และระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร รถทุกชนิดไม่สามารถที่จะสัญจรผ่านไปมาได้ ส่งผลให้มีสภาพการจราจรที่ติดขัดอย่างหนัก ยาวกว่า 10 กิโลเมตร ขณะที่สะพานข้ามแม่น้ำชีรวม 3 จุด ได้ถูกตัดขาดโดยทั้งหมดแล้วเช่นเดียวกัน พ.ต.ท.นเรศ กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ที่จะเดินทางมาที่ จ.ขอนแก่น ได้มีการแนะนำให้ใช้เส้นทางนครราชสีมา ชัยภูมิ ขอนแก่น ขณะที่การเดินทางเข้าสู่กทม. นั้น ควรหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางขอนแก่น มหาสารคาม และนคราชสีมา แทน

ที่มา : http://www.innnews.co.th/local.php?nid=133258
เขียนโดย : นส.จันทนีย์ กิตติศักดิเสรี
5131601263 sec 2 Law

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2551

โปรดเกล้าฯตั้ง'178 นายพล'มีผล1ตุลาคม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับนายพล 178 นายแล้ว พร้อมพระราชทานยศให้ 72 ราย มี
สมชาย วงศ์สวัสดิ์ รักษาการนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ เผย “วันชัย ศรีนวลนัด” รับพระราชทานยศ “พล.ต.อ.” เป็นที่ปรึกษา สบ 10 ส่วน “เทอดศักดิ์ รุจิรวงศ์” ได้รับพระราชทานยศ “พล.ต.ต.” ดูแลงานบริหารให้คำปรึกษาด้านยุทธศาสตร์

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 15 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ โดยมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี รักษาการนายกรัฐมนตรี ลงลายมือชื่อเป็นผู้รับสนอง พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการ ตำรวจในตำแหน่งต่าง ๆ รวม 178 ราย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 51 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ในคราวเดียวกันมีพระบรมราช โองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นนายพลให้แก่ข้าราชการตำรวจสัญญาบัตรซึ่งปฏิบัติหน้าที่ราชการมาด้วยความเรียบร้อยเป็นผลดีแก่ทางราชการ 72 ราย

สำหรับรายชื่อแต่งตั้งข้าราชการตำรวจทั้งหมด 178 นาย มีดังนี้

1. พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย ที่ปรึกษา (สบ 10) เป็น รอง ผบ.ตร.
2. พล.ต.ท.วันชัย ศรีนวลนัด ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็น ที่ปรึกษา (สบ 10)
3. พล.ต.ท.ปรัชญา สุทธปรีดา จตร. (สบ 8) เป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.
4. พล.ต.ท. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบช.ก. เป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.
5. พล.ต.ท. สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล ผบช.สทส. เป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.
6. พล.ต.ท.สุวัฒน์ ธำรงศรีสกุล ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น รอง จตร. (สบ 9)
7. พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น. เป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.
8. พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบช.ภ.3
9. พล.ต.ท. จิโรจน์ ไชยชิต ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบช.ศ.
10. พล.ต.ท.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.
11. พล.ต.ท. ดนัยธร วงศ์ไทย ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบช.สนว.
12. พล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐพงษ์ จตร. (สบ 8) เป็น ผบช.ภ.7
13. พล.ต.ท.ธานี ทวิชศรี ผบช.ภ.8 เป็น ผบช.ภ.9
14. พล.ต.ท.บรรจง ตันศยานนท์ ผบช.ภ.ตร. เป็น จตร. (สบ 8)
15. พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผบช. ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบช.ภ.6
16. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.ภ.7 เป็น ผบช.ก.
17. พล.ต.ท.วีระยุทธ สิทธิมาลิก ผบช. ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.
18. พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ สุริโย รอง ผบช.ตชด. เป็น ผบช.ตชด.
19. พล.ต.ต.ชนินทร์ ปรีชาหาญ รอง ผบช.ภ.1 เป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.
20. พล.ต.ต.จรัมพร สุระมณี รอง ผบช.ก. เป็น จตร. (สบ 8)
21. พล.ต.ต.ณรงค์ ศิริสุนทร รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบช. ประจำ สง.ผบ.ตร.
22. พล.ต.ต.ดิเรก มโนลีหกุล รอง ผบช.ส. เป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.
23. พล.ต.ต.ไถง ปราศจากศัตรู รอง ผบช.ภ.6 เป็น จตร.
24. พล.ต.ต.บริหาร เสี่ยงอารมณ์ รอง ผบช.ศ. เป็น จตส.
25. พล.ต.ต.ประยูร อำมฤต รอง จตร. เป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.
26. พล.ต.ต.พีระพงศ์ ดามาพงศ์ รอง ผบช. ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบช. ประจำ สง.ผบ.ตร.
27. พล.ต.ต.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น จตร.
28. พล.ต.ต.สมยศ ดีมาก รองนายแพทย์ใหญ่ (สบ 7) เป็น นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8)
29. พล.ต.ต.สมเดช ขาวขำ รอง ผบช.ภ. เป็น ผบช.สทส.
30. พล.ต.ต.สุชาติ เหมือนแก้ว รอง ผบช.น. เป็น ผบช.น.
31. พล.ต.ต.สุชัย สุขพันธ์โพธาราม รอง จตร. เป็น ผบช.ประจำ สง. ผบ.ตร.
32. พล.ต.ต.สุรสีห์ สุนทรศารทูล รอง ผบช.ภ.5 เป็น จตร.
33. พล.ต.ต. สัณฐาน ชยนนท์ รอง ผบช.ภ.8 เป็น ผบช.ภ.8
34. พล.ต.ต.อาจิณ โชติวงศ์ รอง ผบช. ภ.7 เป็น ผบช. ก.ตร.
35. พล.ต.ต.อุดม รักศิลธรรม รอง ผบช.ปส. เป็น จตร.
36. พล.ต.ต.อัศวิน ณรงค์พันธุ์ รอง ผบช.ภ.3 เป็น ผบช.ภ.4
37. พล.ต.ต.ดำริห์ โชตเศรษฐ์ รอง ผบช. กมส. เป็น รอง ผบช.น.
38. พล.ต.ต.ทวีชัย วิริยะโกศล รอง ผบช.สทส. เป็น รอง ผบช.ภ.6
39. พล.ต.ต.บุญส่ง พานิชอัตรา รอง ผบชน. เป็น รอง ผบช.ภ.8
40. พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ รอง จตร. เป็น รอง ผบช.สทส.
41. พล.ต.ต.พิทักษ์ จารุ สมบัติ รอง ผบช.ภ.2 เป็น รอง ผบช.ส.
42. พล.ต.ต. หม่อมหลวงพันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ รอง ผบช. ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.
43. พล.ต.ต. ภัทรชัย หิรัญญะเวช รอง ผบช. ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น รอง ผบช.กมส.
44. พล.ต.ต.ราเชนทร์ รื่นกมล รอง ผบช.ภ.5 เป็น รอง ผบช.ภ.1
45. พล.ต.ต.รัฐวิทย์ แสนทวีสุข รอง ผบช.สตม. เป็น รอง ผบช. ประจำ สง.ผบ.ตร. 46. พล.ต.ต.เรืองชัย วัจนะพุกกะ รอง ผบช. ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบช. ประจำ สง.ผบ.ตร. (ทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ประจำรอง ผบ.ตร.)
47. พล.ต.ต.สุทิน เขียวรัตน์ รอง ผบช.ภ.4 เป็น รอง ผบช.3
48. พล.ต.ต.สุรพล ธนโกเศศ รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น รอง ผบช.สตม. 49. พล.ต.ต.โกสินทร์ หินเธาว์ ผบก.กช. เป็น รอง จตร.
50. พล.ต.ต.โกสินธ์ บุญสร้าง ผบก.สอ.บช.ตชด. เป็น รอง ผบช.ตชด.
51. พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบก. ตปพ. (191) เป็น รอง ผบช.น.
52. พล.ต.ต.ณรงค์ มณีนพ ผบก.ตชด.ภ.1 เป็น รอง ผบช.ตชด.
53. พล.ต.ต.ณรงค์ ศิวาพานิช ผบก.ภ.จว.จันทบุรี เป็น รอง ผบช.ภ.7
54. พล.ต.ต.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ผบก.ภ.จว.เชียงราย เป็น รอง จตร.
55. พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ ผบก.อก.บช.ภ.6 เป็น รอง จตร.
56. พล.ต.ต.ธีรวัฒน์ ณ ป้อมเพชร ผบก. ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น รอง ผบช.ศ.
57. พล.ต.ต.บรรฑป สุคนธมาน ผบก.ภ.จว.ลำปาง เป็น รอง ผบช.ภ.5
58. พล.ต.ต.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ เป็น รอง ผบช. ประจำ สง.ผบ.ตร.
59. พล.ต.ต.ประพันธ์ พานิคม ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เป็น รอง ผบช.ภ.5
60. พล.ต.ต.ปราโมช ปทุมวงศ์ ผบก.น.9 เป็น รอง ผบช.ภ.2
61. พล.ต.ต.พจน์ ไทยกล้า ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก เป็น รอง ผบช.ภ.6
62. พล.ต.ต.ภูมิรา วัฒนปาณี ผบก.ภ.จว.ระยอง เป็น รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. 63. พล.ต.ต.ไมตรี ศรีวัชรานนท์ ผบก.กองตรวจสอบและทะเบียนประวัติ เป็น รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.
64. พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร ผบก.น.2 เป็น รอง ผบช.ก.
65. พล.ต.ต.วุฒิ พิพัฒนบวรกุล ผบก.อก.จตร. เป็น รอง จตร.
66. พล.ต.ต.วีรพงษ์ ชื่นภักดี ผบก.ภ.จว.สระบุรี เป็นรอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. 67. พล.ต.ต.สุรชัย วาณิชเสนี ผบก.อก.บช.น. เป็น รอง ผบช.ก.
68. พล.ต.ต.สุรพล ทองประเสริฐ ผบก.วท.3 เป็น รอง ผบช.
69. พล.ต.ต.สิทธิพร ศรีจันทร์ทับ ผบก.อก.บช.ภ.2 เป็น รอง ผบช.สง.ผบ.ตร. (ทำหน้าที่รองหัวหน้างานด้านยุทธศาสตร์)
70. พล.ต.ต.สัมพันธ์ เศรษฐาภรณ์ ผบก. ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.
71. พล.ต.ต.อมเรศฤทธิ์ วัฒนวิบูลย์ ผบก. ปส.1 เป็น รอง ผบช.ปส.
72. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผบก. น.1 เป็น รอง ผบช.น.
73. พล.ต.ต.อุดมเดช กปิตถา ณ อยุธยา ผบก.ภ.จว.เลย เป็น รอง ผบช.ภ.4
74. พล.ต.ต. อัตถกิติ ผลชอบ ผบก.ตชด.ภ.2 เป็น รอง ผบช.ตชด.
75. พล.ต.ต.เอกพันธ์ ศรีศักดิ์สกุล นายแพทย์ (สบ 6) รพ.ตร. เป็นรองแพทย์ใหญ่ (สบ 7)
76. พล.ต.ต.กระจ่าง สุวรรณรัตน์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช เป็น ผบก.อก.ภ.7 77. พล.ต.ต.โกศล บัวประเสริฐ ผบก. ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบก.ปปป.
78. พล.ต.ต.คณิสร น้อยนารถ ผบก. ภ.จว.มุกดาหาร เป็น ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ 79. พล.ต.ต. คเชนทร์ คชพลายุกต์ ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี เป็น ผบก.ภ.จว.สมุทรสงคราม
80. พล.ต.ต.ชูชาติ สุวรรณาคม ผบก.จต.2 เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร.
81. พล.ต.ต. ชิษณุพงศ์ ยุกตะทัต ผบก.ภ.จว.นนทบุรี เป็น ผบก.ภ. จว.สมุทรปราการ
82. พล.ต.ต.ชัชวาล สุคนธมาน ผบก.ภ.จว.แม่ ฮ่องสอน เป็น ผบก.ภ.จว.ลำปาง 83. พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบก.ส.3 เป็น ผบก.ปดส.
84. พล.ต.ต.โชคชัย ดีประเสริฐวิทย์ ผบก.รฟ. เป็น ผบก.น.5
85. พล.ต.ต. จรัญ ชิตะปัญญา ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ เป็น ผบก.ภ. จว.สิงห์บุรี 86. พล.ต.ต.จักรกฤษศณ์ สิงห์ศิลารักษ์ ผบก. ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบก.วช. 87. พล.ต.ต.ฐณพล มณีภาค ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตช. เป็น ผบก.อก.ภ.2
88. พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ พงษ์สิมา ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี เป็น ผบก. ภ.จว.ศรีสะเกษ
89. พล.ต.ต.เติมพงษ์ สิทธิประเสริฐ ผบก. ภ.จว.ลพบุรี เป็น ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ 90. พล.ต.ต. ทรงวุฒิ ถวัลย์กิจดำรงค์ ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ เป็น ผบก.ภ.จว.นนทบุรี
91. พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบก.ภ.จว.อ่างทอง เป็น ผบก.ภ.จว.ระยอง
92. พล.ต.ต. ธรรมนูญ เพชรบุรีกุล ผบก.ภ.จว.กำแพงเพชร เป็น ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก 93. พล.ต.ต.ธวัชชัย เจริญสม ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบก.กง. 94. พล.ต.ต. ประชา ชัชวาลา ผบก.ศปก.ตร. เป็น ผบก.กพบ.
95. พล.ต.ต.ประสิทธิ์ ทำดี ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ เป็น ผบก.ปทส.
96. พล.ต.ต.ปราโมทย์ เอี่ยมทัศน์ ผบก.ภ. จว.หนองคาย เป็น ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร
97. พล.ต.ต. พงษ์ศักดิ์ นาควิจิตร ผบก.ภ.จว.นราธิวาส เป็น ผบก.กองบังคับการสนับสนุน
98. พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ
99. พล.ต.ต.พิชัย เจียมบุรเศรษฐ์ ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ เป็น ผบก.อก.ภ.6
100. พล.ต.ต.พิสัณห์ อาวีกร วรเทพ นิตินันท์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เป็น ผบก.ภ.จว.เลย
101. พล.ต.ต.ไพโรจน์ ตันวิสุทธิ์ ผบก.ประจำ สง.จตร. เป็น ผบก.สส.
102. พล.ต.ต.มนตรี โปตระนันทน์ ผบก. ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. (ทำหน้าที่รองหัวหน้าฝ่ายอำนวยการประจำรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ)
103. พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม ผบก.ภ.จว.นครปฐม เป็น ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์
104. พล.ต.ต.เลิศศักดิ์ วิทยาพันธุ์ ผบก.ประจำ สง. ผบ.ตร. เป็น ผบก.ภ.จว.พังงา
105. พล.ต.ต.วรวุฒิ นาสมพันธุ์ ผบก.ภ.จว. หนองบัวลำภู เป็น ผบก.ภ.จว.หนองคาย
106. พล.ต.ต. วิชัย รัตนยศ ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. (ทำหน้าที่บริหารและให้คำปรึกษาด้านป้องกันปราบปราม)
107. พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธ์ ผบก.ภ. จว.สมุทรปราการ เป็น ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี
108. พล.ต.ต. วิรัช วัชรขจร ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ เป็น ผบก.ภ. จว.เพชรบุรี 109. พล.ต.ต.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผบก. ตป. เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. (ทำหน้าที่บริหาร สถาบันฝึกอบรมระหว่างประเทศฯ)
110. พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ผบก.ปดส. เป็น ผบก.ภ.จว.อ่างทอง
111. พล.ต.ต.วีระพัฒน์ ตันศรีสกุล เลขานุการ ตร. เป็น ผบก.จร.
112. พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบก. ปทส. เป็น ผบก.ตปพ.
113. พล.ต.ต.ศิรินทร์ ผดุงชีวิตร์ ผบก.ภ.จว.พิจิตร เป็น ผบก.ภ.จว.กำแพงเพชร 114. พล.ต.ต.ศักดา ชื่นภักดี ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบก. ประจำ (ทำหน้าที่อำนวยการประจำผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ)
115. พล.ต.ต.สถิตย์ นันทวิสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสงคราม เป็น ผบก.อก.สนว. 116. พล.ต.ต.สมบูรณ์ ขจรสารสิทธิ์ ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. (ทำหน้าที่บริหาร และให้คำปรึกษาด้านยุทธศาสตร์)
117. พล.ต.ต.สมเกียรติ ธรรมนิยาย ผบก.อก.ผบ.ตชด. เป็น ผบก.ตชด.ภ.1
118. พล.ต.ต.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบก. ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบก.ปส. 1
119. พล.ต.ต.สราวุธ พีรานนท์ ผบก.อก.ภ.7 เป็น ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช
120. พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.5 เป็น ผบก. น.2
121. พล.ต.ต. สำเริง สุวรรณพงษ์ ผบก.อก.บช.ก. เป็น ผบก.อก.บช.น.
122. พล.ต.ต.สุรพงศ์ ศิริภักดี ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบก.รฟ.
123. พล.ต.ต.สุรเจตน์ ธรรมธำรง ผบก. อก.บช.ปส. เป็น ผบก.ตป.
124. พล.ต.ต.เสนีย์ พิมลศิริ ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบก.ส.2
125. พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ ผบก.น.3 เป็น ผบก.น.1
126. พล.ต.ต.อุฬาร อเนกบุณย์ ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบก.ภ.จว.สระบุรี 127. พ.ต.อ.กำพล ทับทิมไทย รอง ผบก.อก.ภ.4 เป็น ผบก. ภ.จว.หนองบัวลำภู 128. พ.ต.อ.เกรียงศักดิ์ รักษาสัตย์ รอง ผบก.จว.อุบลราชธานี เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร.
129. พ.ต.อ.เกรียงศักดิ์ อรุณศรีโสภณ รอง ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. (ทำหน้าที่ หัวหน้าฝ่ายอำนวยการประจำผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจ แห่งชาติ)
130. พ.ต.อ.ชวลิต กิ่งเนตร รอง ผบก.ภ. จว.พะเยา เป็น ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน 131. พ.ต.อ. ชวลิต ชาญเวชช์ รอง ผบก.ภ.จว.พิจิตร เป็น ผบก.ภ. จว.พิจิตร
132. พ.ต.อ.ชาตรี ศานติวิจัย นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานตา รพ.ตร. เป็น นายแพทย์ (สบ 6) รพ.ตร.
133. พ.ต.อ.ชาติชาย แดงเอี่ยม รอง ผบก.ภ. จว.ระยอง เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร.
134. พ.ต.อ. ชาลี เทพา รอง ผบก.ภ.จว.ยโสธร เป็น ผบก.อก.ตชด.
135. พ.ต.อ.โชติ วีรเดชกำแหง รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง เป็น ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์
136. พ.ต.อ.โชติ ไทยยิ่ง รอง ผบก.ตชด.2 เป็น ผบก.ตชด.2
137. พ.ต.อ.จารุวัฒน์ ไวศยะ รอง ผบก.ป. เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร.
138. พ.ต.อ.จิรเดช เกรียงศักดิ์พิชิต รอง ผบก. (หน.วิชาสืบสวน) เป็น ผบก.อก.ปส.
139. พ.ต.อ.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบก.ป. เป็น ผบก.ส.3
140. พ.ต.อ.ดร ปิ่นเฉลียว รอง ผบก.อก.ตชด. เป็น ผบก.ตชด.3
141. พ.ต.อ.เทพ อมรโสภิต รอง ผบก.ตชด.3 เป็น ผบก.สนับสนุนทางอากาศ 142. พ.ต.อ.เทพฤทธิ์ พรรณพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร เป็น ผบก.อก.บช.ก.
143. พ.ต.อ.เทอดศักดิ์ รุจิรวงศ์ รอง ผบก.ตป. เป็น ผบก. ประจำ สง.ผบ.ตร.
144. พ.ต.อ.ธเนตร์ พิณเมืองงาม รอง ผบก.ภ. จว.สระแก้ว เป็น ผบก.ภ.จว.จันทบุรี
145. พ.ต.อ.(หญิง) นัยนา เกิดวิชัย ศาสตราจารย์ (สบ 5) ภาควิชากฎหมายปกครองและกฎหมายทั่วไป กลุ่มงานวิชากฎหมาย กองบังคับการวิชาการ เป็น ศาสตราจารย์ (สบ 6) ภาควิชากฎหมายปกครองและกฎหมายทั่วไป กลุ่มงานวิชากฎหมาย กองบังคับการวิชาการ
146. พ.ต.อ.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบก.วท.3 เป็น ผบก.วท.3
147. พ.ต.อ.พุทธิชาต เอกฉันท์ รอง ผบก.ปส.3 เป็น ผบก.ปส.3
148. พ.ต.อ. พิชัย ศิลาทอง รอง ผบก. สถาบันส่งเสริมงานสอบสวน เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร.
149. พ.ต.อ.พิศาล มุขแจ้ง ศาสตราจารย์ (สบ 5) ภาควิชาอาชญาวิทยาและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กลุ่มงานวิชาการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม กองบังคับการวิชาการ เป็น ศาสตราจารย์ (สบ 6) ภาควิชาอาชญาวิทยาและอาช ญากรรมทางเศรษฐกิจ กลุ่มงานวิชาการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม
150. พ.ต.อ.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.ปัตตานี เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร.
151. พ.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รอง ผบก.งานวิเคราะห์ศูนย์ดำเนินกรรมวิธีข่าวกรอง บช.ส. เป็น ผบก.กต. 2 จตร.
152. พ.ต.อ.ภักดี จิรางกูร รอง ผบก.ภ.จว.นครศรี ธรรมราช เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร.
153. พ.ต.อ. มงกุฎ เจียรณัย รอง ผบก.กองพัฒนาการจราจรและบริการประชาชน เป็น ผบก. ประจำ สง.ผบ.ตร.
154. พ.ต.อ. มณฑล มีอนันต์ รอง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา เป็น ผบก. ประจำสำนักงานจเรตำรวจ
155. พ.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบก.ทท. เป็น เลขานุการตำรวจแห่งชาติ (สบ 6) 156. พ.ต.อ.เมธี กุศลสร้าง รอง ผบก.กต.5 จตร. เป็น ผบก.ประจำ จต.
157. พ.ต.อ.รณพงษ์ ทรายแก้ว รอง ผบก.ศสส.ภ.8 เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. 158. พ.ต.อ. วารินทร์ แก้วชมภู รอง ผบก.กลุ่มงานตรวจสอบภายใน 2 สำนักตรวจสอบภายใน เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร.
159. พ.ต.อ.วาสุกรี คำพิทักษ์ รอง ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา เป็น นายแพทย์ (สบ 6) รพ.ตร.
160. พ.ต.อ. วิชัย ปิยะวงศ์วัฒนา รอง ผบก.กองนิติการ เป็น ผบก. ประจำ สง.ผบ.ตร.
161. พ.ต.อ.วิฑูรย์ นิติวรางกูร นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานวิสัญญีวิทยา รพ.ตร. เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร.
162. พ.ต.อ.วีระศักดิ์ ชลายนคุปต์ รอง ผบก. ปทส. เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. 163. พ.ต.อ.ศุภกิจ ศรีจันทรานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร.
164. พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ตันบุญเอก รอง ผบก.อก.ภ.7 เป็น ผบก.ภ.จว.นครปฐม
165. พ.ต.อ.วิชัย สังข์ประไพ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ เป็น ผบก.น.3
166. พ.ต.อ.สถิต ตันสงวน รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี เป็น ผบก.ภ.จว.ลพบุรี
167. พ.ต.อ.สมบัติ คงพิบูลย์ รอง ผบก. ภ.จว.สกลนคร เป็น ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ 168. พ.ต.อ.สุกิจ เศรษฐิยานันท์ รอง ผบก.ภ.จว.แพร่ เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร.
169. พ.ต.อ.สุรชัย วัชรโยธิน นักวิทยาศาสตร์ (สบ 5) พฐ. เป็น ผบก.สง.นิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ
170. พ.ต.อ.สุรชัย สืบสุข รอง ผบก.สส. เป็น ผบก.ภ.จว.นราธิวาส
171. พ.ต.อ.สุรพล หอมชื่นชม รอง ผบก.รน. เป็น ผบก.ศปก.ตร.
172. พ.ต.อ.สุรพล อยู่นุช รอง ผบก.ประจำ จต. เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร.
173. พ.ต.อ.สักกฉัฐ กิตติขจร รอง ผบก.น.9 เป็น ผบก.น.4
174. พ.ต.อ.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบก.สถาบันส่งเสริมงานสอบสวน เป็น ผบก.ภ.จว.เชียงราย
175. พ.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี รอง ผบก.กต. 2 จตร. เป็น ผบก.อก.จต.
176. พ.ต.อ. อภิชาต วิชัยธนพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ เป็น ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์
177. พ.ต.อ.อาชวันต์ โชติกเสถียร รอง ผบก.อก.ปส. เป็น ผบก.ปว.
178. พ.ต.อ.อัศวิน ธรรมพิทักษ์ รอง ผบก.กองนิติการ เป็น ผบก.ก.ตร.


ที่มา http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=176894&NewsType=1&Template=1

นางสาวธันย์ชนก ทรงนาศึก ID:5131601345 sec.02 สำนักวิชานิติศาสตร์

ยอดเหยื่อพายุไอค์ในสหรัฐเพิ่มเป็นเกือบ 40 ราย

เฮอริเคนไอค์ทำชาวอเมริกันขาดแคลนน้ำมัน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นเกือบ 40 รายแล้ว

(16ก.ย.) ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช เตือนเมื่อวานนี้ว่า ชาวอเมริกันจะเผชิญกับปัญหาขาดแคลนน้ำมัน เนื่องจากพายุเฮอริเคนไอค์ ทำให้การผลิตน้ำมันต้องหยุดชะงัก และทำให้ราคาน้ำมันภายในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ในหลายพื้นที่ปรับเพิ่มขึ้นแล้วถึงแกลลอนละ 5 ดอลลาร์สหรัฐ แต่รัฐบาลกลางจะลงไปช่วยกำกับดูแลให้ผู้บริโภคได้ใช้น้ำมันราคาที่เป็นธรรม ซึ่งขณะนี้มีประชาชนจำนวนมากในพื้นที่ประสบภัยต้องเข้าคิวกันยาวหลาย กิโลเมตรเพื่อรอเติมน้ำมันตามปั๊ม

ประธานาธิบดีบุช มีแผนจะเดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยในเมืองกัลเวสตัน และนครฮูสตันในรัฐเท็กซัส ในวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น เขาบอกว่าความเสียหายจากพายุ ซึ่งพัดขึ้นฝั่งด้วยความรุนแรงระดับ 2 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กินพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง แต่ไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมน้ำมันมากเท่ากับที่คาดการณ์ไว้ เพราะโชคดีที่ตาพายุไม่ได้พัดผ่านนครฮูสตัน ซึ่งเป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีแหล่งใหญ่ของประเทศ แต่ก็ทำให้โรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งต้องหยุดทำการนานหลายวัน เนื่องจากไม่มีไฟฟ้าใช้

ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงค้นหาผู้รอดชีวิตต่อไป หลังจากพายุได้คร่าชีวิตประชาชนไปอย่างน้อย 39 รายใน 10 รัฐ และทำให้ต้องอพยพประชาชนนับล้านคนในรัฐเท็กซัส เจ้าหน้าที่วิตกว่า จะพบศพเพิ่มมากกว่าจะพบผู้รอดชีวิตเพราะยังเข้าไม่ถึงแถบที่ถูกพายุถล่มราบ ในแถบชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก

พายุเฮอริเคนไอค์ พัดขึ้นฝั่งที่รัฐเท็กซัส ก่อนเคลื่อนตัวผ่านทางตอนกลางของสหรัฐ ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายรัฐในแถบมิดเวสต์ /ผู้ว่าการรัฐอิลลินอยส์ได้ประกาศเขตภัยพิบัติใน 7 เขตของนครชิคาโก้ที่กำลังเผชิญกับน้ำท่วมหนัก และ คาดว่าจะมีน้ำท่วมในรัฐมิสซูรีในสัปดาห์นี้ เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำมิสซูรีกำลังเอ่อขึ้นอย่างรวดเร็ว

ขณะที่ทางการเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั่วรัฐเท็กซัส โดยการนำอาหาร น้ำ และน้ำแข็งเข้าไปแจกจ่ายประชาชนที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ซึ่งคาดว่า จะต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์กว่าที่ประชาชนกว่า 2 ล้านคนจะกลับมามีไฟฟ้าใช้ได้เหมือนเดิม เช่นเดียวกับประชาชน 2 ล้านคนในรัฐโอไฮโอ และอีกหลายพันคนในอินเดียน่า อาร์คันซอ มิสซูรี เพนซิลวาเนีย และนิวยอร์ก ที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้

ขอขอบคุณแหล่งข่าวจาก คมชัดลึก

โดย น.ส.อรวรรณ พงษ์พานิช ID:5131601432 สำนักวิชานิติศาสตร์

รมต.มาเลย์ลาออกประท้วงรัฐบาล


ปุตราจายา-รัฐมนตรีลาออกประท้วงรัฐบาล เมืองราชการแห่งใหม่มาเลย์กลายสภาพเป็นเมืองสุดโทรม

นาย ซายอิด อิบราฮิม รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ดูแลเรื่องกฎหมาย ประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันจันทร์ (15 ก.ย.) เพื่อประท้วงรัฐบาลที่ใช้อำนาจกฎหมายความมั่นคงภายในฉบับใหม่ (ไอเอสเอ) จับกุมนักการเมืองฝ่ายค้านและสื่อมวลชนทั้งหมด 3 รายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยนายซายอิดกล่าวว่า กฎหมายไอเอสเอเปิดโอกาสให้รัฐใช้อำนาจในทางที่ผิด กฎหมายนี้ควรมีไว้เพื่อใช้จัดการผู้ก่อการร้ายหรือผู้ที่จ้องจะล้มล้าง รัฐบาลด้วยอาวุธเท่านั้น หากใช้ไอเอสเอเพื่อกักขังประชาชน ก็แสดงให้เห็นว่าทุกคนไม่มีความเชื่อมั่นในผู้บังคับใช้กฎหมาย โดยเข้าร่วมรัฐบาลเพราะเชื่อว่าจะมีการปฏิรูป แต่การปฏิรูปไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากรัฐบาลยังมีความคิดแบบเก่าอยู่

ขณะ เดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมืองปุตราจายา ที่อดีตนายกรัฐมนตรีมหาธีร์ โมฮัมหมัด หวังจะสร้างให้เป็นเมืองหลวงใหม่แห่งการบริหารด้วยงบประมาณก่อสร้างมหาศาล ไม่น้อยกว่า 2 หมื่นล้านริงกิต (กว่า 1.8 แสนล้านบาท) ได้ทรุดโทรมกลายเมืองที่มีแต่รอยร้าว โดยนายมหาธีร์กล่าวว่า รู้สึกเศร้าใจที่เห็นเมืองนี้มีแต่รอยแตกร้าวของแผ่นกระเบื้องและทางเท้า ในช่วงเวลาผ่านมาไม่ถึงสิบปี นับตั้งแต่เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2539

สิ่ง ที่แสดงถึงความล้มเหลวที่สุดของการสร้างเมืองใหม่คือ ย่านอนุสรณ์สถานที่ใช้งบประมาณในการก่อสร้างจนเกินเลย การสร้างมัสยิดริมทะเลสาบ ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวมากกว่าด้วยความศรัทธา ทำเนียบนายกรัฐมนตรีที่เป็นรูปโดมสีเขียวอยู่บนยอด ก็เหมาะสำหรับประเทศที่มีกษัตริย์เป็นเจ้าครองนคร ไม่ใช่ประเทศประชาธิปไตยที่ผู้นำมาจากการเลือกตั้ง

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คมชัดลึก
เขียนโดย น.ส.พิมลกร แปงฟู ID:5131601432 สำนักวิชานิติศาสตร์

พายุเฮอริเคน"ไอค์"ทำแท่นขุดเจาะน้ำมันเสียหาย 10 แห่ง


พายุเฮอริเคน"ไอค์"ทำแท่นขุดเจาะน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกเสียหายประมาณ 10 แห่ง อาจทำให้น้ำมันในสหรัฐฯแพงขึ้น

(16ก. ย.) เอลีน แอลเจลิโค โฆษกหญิงของสำนักงานจัดการแร่ธาตุสหรัฐฯ หรือ MMS เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่นว่า จากผลการสำรวจคร่าวๆ ทางอากาศ คาดว่า เฮอริเคน"ไอค์" ที่เข้าถล่มแถบศูนย์กลางการขุดเจาะน้ำมันแถบอ่าวเม็กซิโกของสหรัฐฯเมื่อเช้า วันเสาร์ แม้จะสร้างความเสียหายน้อยกว่าที่คาด แต่ก็ได้สร้างความเสียหายให้กับแท่นขุดเจาะน้ำมันประมาณ 10 แห่งจากทั้งหมด 3,800 แห่งในอ่าวเม็กซิโก และท่อส่งน้ำมันบางส่วน

แม้ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่จะยังไม่ทราบจำนวนแน่นอนของแท่นขุดเจาะที่เสียหาย แต่ก็วิตกว่าพายุอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมัน อันจะทำให้ราคาน้ำมันตามปั้มพ์ต่างๆทั่วสหรัฐฯมีราคาแพงขึ้น เหมือนกับช่วงที่เฮอริเคน"แคทรีน่า" เข้าถล่มเมื่อปี 2548 สร้างความเสียหาย

ให้แท่นขุดเจาะน้ำมัน 44 แห่งขณะที่เฮอริเคน"ริต้า"ที่เข้าถล่มรัฐแถบอ่าวเม็กซิโกในปลายปีเดียวกัน สร้างความเสียหายให้แท่นขุดเจาะน้ำมัน 64 แห่ง การที่โรงกลั่นน้ำมันปิดทำการจาก"ไอค์" อาจทำให้ปริมาณน้ำมันคาดแคลนเป็นช่วงๆในสองสามสัปดาห์ข้างหน้า แต่นัก

วิเคราะห์เชื่อว่า จะเป็นปรากฎการณ์เพียงชั่วคราว เพราะบรรดานักค้าหมดความกระหายในน้ำมันและแก๊สธรรมชาติราคาแพงแล้ว

มีรายงานว่า ราคาน้ำมันที่ขายตามปั้มพ์น้ำมันในหลายส่วนของสหรัฐฯ มีราคาสูงขึ้นเป็นแกลลอนละ 5 ดอลลาร์ หรือ 170 บาท หรือลิตรละ 1.3 ยูโร หรือ 62 บาทแล้ว โดยในบางรัฐ เช่นรัฐเทนเนสซี่นั้น ราคาน้ำมันที่ขายตามปั้มพ์น้ำมันที่อยู่ใกล้เคียงกันชนิดเดินถึงได้ แตกต่างกันตั้งแต่ 3.50 - 5 .19 ดอลลาร์ หรือระหว่าง119-176 บาท/แกลลอน ขณะมีรายงานว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันเฉลี่ยแพงกว่า 4 ดอลลาร์ หรือ 136 บาท/แกลลอนในรัฐลินอยส์ ,อินเดียน่า,มิชิแกน,เซาท์ คาโรไลน่า,ฮาวาย และอลาสก้า

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คมชัดลึก
เขียนโดย น.ส.พิมลกร แปงฟู ID:5131601432 สำนักวิชานิติศาสตร์

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2551

ทำความรู้จัก พายุงวงช้าง


หลังจากเกิดปรากฏการ์ "พายุงวงช้าง" ขึ้นในบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2551 ก่อนจะสลายตัวไป แต่ก็ทำเอาหลายๆ คนหวาดกลัวกับคำว่า "พายุ" พร้อมๆ กับสงสัยว่าพายุงวงช้างคืออะไร มีลักษณะอย่างไร และอันตรายมากน้อยแค่ไหน วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาไปทำความรู้จักกับ "พายุงวงช้าง" กันค่ะ...
ปรากฏการณ์ "พายุงวงช้าง" มีชื่อที่ถูกต้องคือ "พายุนาคเล่นน้ำ" หรือ "พวยน้ำ" (waterspout) หมายถึง ปรากฏการณ์ที่มีลักษณะคล้ายท่อน้ำขนาดใหญ่เชื่อมต่อระหว่างผืนฟ้าและพื้นน้ำ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากลมพัดวนบิดเป็นเกลียว เห็นได้จากเมฆที่มีลักษณะเป็นลำ หรือเป็นกรวยหัวกลับยื่นลงมาจากฐานของเมฆคิวมูโลนิมบัส (เมฆฝนฟ้าคะนอง) และเห็นได้จากพวยน้ำที่พุ่งขึ้นมาเป็นพุ่ม ประกอบด้วยหยดน้ำพุ่งเป็นฝอยขึ้นจากผิวพื้นทะเล มีลมแรงพัดเข้าหาบริเวณศูนย์กลางของพวยน้ำ ยอดของพวยน้ำอาจเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่แตกต่างไปจากฐาน ทำให้แกนเอียงหรือบิดเบี้ยวแล้วหลุดออกจากกันและสลายตัวไป
ซึ่งการเกิดจะคล้ายกับพายุทอร์นาโดที่เกิดขึ้นเหนือพื้นน้ำ แต่มีความรุนแรงน้อยกว่า มักเกิดบ่อยๆ บนพื้นน้ำในเขตร้อน ช่วงเวลาที่เกิดปรากฏการณ์นี้กินเวลาไม่นานนักในบางครั้งอาจเกิดขึ้นเป็นระยะเวลานานถึงครึ่งชั่วโมง

ลักษณะการเกิด "พายุงวงช้าง" หรือ "นาคเล่นน้ำ" มี 2 แบบ ได้แก่

1. เป็นพายุทอร์นาโด ที่เกิดขึ้นเหนือผืนน้ำ (ซึ่งอาจจะเป็นทะเล ทะเลสาบ หรือแอ่งน้ำใดๆ) โดยพายุทอร์นาโดจะเกิดขึ้นระหว่างที่ฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก เรียกว่า พายุฝนฟ้าคะนองแบบซูเปอร์เซลล์ (Supercell thunderstorm) และมีระบบอากาศหมุนวนที่เรียกว่า เมโซไซโคลน (Mesocyclone) จึงเรียกพายุนาคเล่นน้ำแบบนี้ว่า นาคเล่นน้ำที่เกิดจากทอร์นาโด (Tornado waterspout)

2. เกิดจากการที่มวลอากาศเย็น เคลื่อนผ่านเหนือผิวน้ำที่อุ่นกว่า โดยบริเวณใกล้ๆ ผิวน้ำมีความชื้นสูง และไม่ค่อยมีลมพัด (หรือถ้ามีก็พัดเบาๆ) ผลก็คืออากาศที่อยู่ติดกับผืนน้ำซึ่งอุ่นในบางบริเวณจะยกตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้อากาศโดยรอบไหลเข้ามาแทนที่ จากนั้นจึงพุ่งเป็นเกลียวขึ้นไป แบบนี้เรียกว่า "นาคเล่นน้ำ" (True waterspout) ซึ่งมักเกิดในช่วงอากาศดีพอสมควร (fair-weather waterspout) อาจเกิดได้บ่อย และประเภทเดียวกับกรณีที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากในช่วงที่เกิดมักจะมีพายุฝนฟ้าคะนองร่วมอยู่ด้วย

แต่ความแตกต่างของ 2 แบบนี้ก็คือ นาคเล่นน้ำที่เกิดจากทอร์นาโดจะเริ่มจากอากาศหมุนวน (ในบริเวณเมฆฝนฟ้าคะนอง) แล้วหย่อนลำงวงลงมาแตะพื้น คืออากาศหมุนจากบนลงล่าง ส่วนนาคเล่นน้ำของแท้จะเริ่มจากอากาศหมุนวนบริเวณผิวพื้นน้ำ แล้วพุ่งขึ้นไป คืออากาศหมุนจากล่างขึ้นบน ในช่วงที่อากาศพุ่งขึ้นเป็นเกลียววนนี้ หากน้ำในอากาศยังอยู่ในรูปของไอน้ำ เราจะยังมองไม่เห็นอะไร แต่หากอากาศขยายตัวและเย็นตัวลงถึงจุดหนึ่ง ไอน้ำก็จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำจำนวนมาก ทำให้เราเห็นท่อหรือ "งวงช้าง" เชื่อมผืนน้ำและเมฆ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "พายุงวงช้าง"

โดยส่วนใหญ่มีความยาวประมาณ 10 - 100 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมีตั้งแต่ 1 เมตร ไปจนถึงหลาย 10 เมตร โดยในพายุอาจมีท่อหมุนวนเพียงท่อเดียวหรือหลายท่อก็ได้ แต่ละท่อจะหมุนด้วยอัตราเร็วในช่วง 20-80 เมตรต่อวินาที กระแสลมในตัวพายุเร็วถึง 100 - 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอาจสูงถึง 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งสามารถคว่ำเรือเล็กๆ ได้สบาย ดังนั้น ชาวเรือควรสังเกตทิศทางการเคลื่อนที่ให้ดี แล้วหนีไปในทิศตรงกันข้าม นอกจากนี้ พายุชนิดนี้ยังสามารถเคลื่อนที่ได้เร็วตั้งแต่ 3 - 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ส่วนใหญ่จะเคลื่อนที่ค่อนข้างช้าประมาณ 18 - 28 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งนี้ พายุนี้มีอายุไม่ยืนยาวนัก คืออยู่ในช่วง 2 - 20 นาที จากนั้นก็จะสลายตัวไปในอากาศอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผอ.ศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัย และฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลก แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวถึงปรากฏการณ์พายุงวงช้างว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวส่วนใหญ่มักจะเกิดในน้ำ โดยเฉพาะในทะเลจะเห็นบ่อยกว่าในน้ำจืด สำหรับประเทศไทยเคยเกิดปรากฏการณ์นี้ขึ้น แต่ไม่บ่อยนัก และไม่เป็นอันตราย เพราะมีขนาด 1% ของพายุทอร์นาโด
เรียบเรียงข้อมูลโดย กระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์ข่าวสด 16 กันยายน 2551 01:00 น.
โดย นางสาวชณัฐดา โยธาวุฒิ ID:5131601288 sec.02
สำนักวิชานิติศาสตร์

พันธมิตร ประกาศต้องรัฐบาล ประชาภิวัฒน์เท่านั้น

พันธมิตร ประกาศต้องรัฐบาล ประชาภิวัฒน์เท่านั้น


"พันธมิตร" ออกแถลงการณ์ไม่เอา "นายกฯ หุ่นเชิด" ประกาศต้อง "รัฐบาลประชาภิวัฒน์" เท่านั้น

พันธมิตรฯ ออกแถลงการณ์ ยืนยันสิทธิชุมนุมในทำเนียบรัฐบาลต่อ พร้อมย้ำจุดยืนพันธมิตรฯ ไม่เอานายกฯ หุ่นเชิด ไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ ที่ให้ทุกพรรคมาสมยอมกันโดยขาดการตรวจสอบ ไม่เอาคนตระบัดสัตย์ พร้อมต่อต้านรัฐประหารเพื่อตัวเอง และพวกพ้อง เสนอทางออกต้องเป็นรัฐบาล "ประชาภิวัฒน์" ส่งเสริมคนดีมาปกครอง พร้อมปฏิรูปการเมือง จัดตั้ง "สภาประชาภิวัฒน์"

เมื่อเวลา 21.25 น. วันที่ 14 กันยายน นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นในที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่ออ่านแถลงการณ์ ฉบับที่ 22/2551 ของพันธมิตรฯ เพื่อประกาศจุดยืนกรณีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ดังนี้

แถลงการณ์ ฉบับที่ 22/2551 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เรื่อง "รัฐบาลประชาภิวัฒน์เท่านั้นที่จะแก้ไขวิกฤตชาติได้"

ตามที่ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 21/2551 เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2551 โดยในข้อที่ 3 ในแถลงการณ์ฉบับดังกล่าวได้ระบุจุดยืนของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า

"เพื่อคลี่คลายวิกฤตที่สุดในโลก และมิให้ประเทศชาติล่มจมต่อไป พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงขอเตือนต่อสภาผู้แทนราษฎรให้สนับสนุนคนดีให้มีอำนาจ และปกป้องมิให้คนไม่ดีมีอำนาจ อย่าได้นำเสนอชื่อบุคคลใดก็ตามที่มีประวัติด่างพร้อย กระทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ตระบัดสัตย์ต่อมวลมหาชน แสดงพฤติกรรมเป็นหุ่นเชิดเพื่อช่วยเหลือ หรือปกป้องผู้กระทำความผิดต่อกฎหมายในระบอบทักษิณมาเป็นนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีอีกเป็นอันขาด"

บัดนี้ ได้เกิดขบวนการและความพยายามในการบิดเบือนข้อมูล แอบอ้างความเรียบร้อยและความสงบเพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพียงเพื่อมิให้ประชาชนสนใจต่อนักการเมืองที่ไร้จริยธรรม ทุจริตคอร์รัปชัน ขายชาติ และย่ำยีกฎหมาย พร้อมๆ กับความพยายามที่จะนำเสนอรายชื่อนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลหุ่นเชิด เพื่อให้พรรคพลังประชาชนแสวงประโยชน์แต่ฝ่ายเดียวไม่มีสิ้นสุด ดำรงวิกฤตที่สุดในโลก และความล่มจมประเทศชาติต่อไป ไม่ว่าจะเป็น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ผู้เป็นน้องเขยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และมีภรรยา ถูกกล่าวหาว่า เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตคอร์รัปชัน และร่ำรวยผิดปกติ

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการยุติธรรมหุ่นเชิด ผู้ที่ได้โยกย้ายอธิบดีกรมสอบสวนคดี พิเศษให้เป็นคนใกล้ชิดเพื่อช่วยเหลือครอบครัวชินวัตร หรือ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ผู้ที่มีประวัติด่างพร้อยร่วมกับรัฐบาลทักษิณออกสลากพิเศษ 2 ตัว และ 3 ตัวโดยผิดกฎหมาย ตลอดจนแสดงพฤติกรรมช่วยเหลือในการคืนเงินที่อายัดให้กับครอบครัวชินวัตร ซึ่งบุคคลเหล่านี้ไม่เคยแสดงจุดยืนตามข้อ 5 ของแถลงการณ์ฉบับที่ 21/2551 ดังนี้

1. ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 พยายามแก้ไขเพื่อฟอกความผิด ที่กระทำสำเร็จไปแล้วให้กับตัวเองและพวกพ้อง พยายามแก้ไขเพื่อการกระทำที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์ของนักการเมือง พยายามแก้ไขเพื่อลดพระราชอำนาจ หรือโครงสร้างของสถาบันพระมหากษัตริย์ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

2. ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการสะสางปัญหาความอยุติธรรม และคืนความยุติธรรมทั้งหลายให้กับสังคม ด้วยความจริงใจ ได้แก่

- ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการเร่งรัดดำเนินคดีความต่อ นายจักรภพ เพ็ญแข นายวีระ มุสิกพงศ์ ฯลฯ เว็บไซต์ สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุชุมชน และขบวนการดูหมิ่นและล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งหมดโดยเร็ว

- ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการเร่งรัดคดีทุจริตคอร์รัปชัน ให้เข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล โดยปราศจากการแทรกแซงทั้งทางตรงและทางอ้อม และยึดทรัพย์สินที่โกงชาติไปกลับมาเป็นของรัฐ

- ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการเร่งรัดยกเลิกหนังสือเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและภรรยา

- ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการเร่งรัดดำเนินการเพื่อให้ส่งตัวผู้ร้ายหนีอาญาแผ่นดินมาดำเนินคดีในประเทศไทย

- ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการประกาศยกเลิกแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา ที่ยกปราสาทพระวิหาร และพื้นทีโดยรอบให้กับกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียว และไม่แสดงจุดยืนเพื่อรักษาอธิปไตยทั้งดินแดน และแหล่งพลังงานก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในอ่าวไทยจนถึงที่สุด

- ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการเร่งรัดดำเนินคดีความ และลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดจนอันธพาลการเมืองของรัฐบาล ที่คุกคามทำร้ายร่างกายและทรัพย์สินของผู้ชุมนุม

- ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการยุติการใช้สื่อของรัฐในการโฆษณาชวนเชื่อและโกหกหลอกลวงประชาชน โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์ช่องเอ็นบีที

- ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการประกาศยกเลิกโครงการที่ใช้จ่ายเกินตัวและไม่โปร่งใสที่จะทำให้ชาติล่มจม เช่น โครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ฯลฯ โดยทันที

- ไม่ยอมยกเลิก พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 และไม่ยอมใช้การปฏิรูปและพัฒนารัฐวิสาหกิจแทน เพื่อประโยชน์ สูงสุดของคนในชาติ ไม่ยอมนำเอารัฐวิสาหกิจที่แปรรูปไปแล้วกลับคืนมาเป็นของรัฐดังเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปตท.

3. ไม่ยอมให้ความร่วมมือกับประชาชนในการสร้างการเมืองใหม่ เพื่อให้เป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง ไม่ให้คนดีมาปกครองบ้านเมือง คนไม่ดีกลับมีอำนาจ ประชาชนทุกภาคส่วน และทุกสาขาอาชีพไม่มีโอกาสมีส่วนร่วมทางการเมือง

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถือว่าการเข้าสู่อำนาจของบุคคลใดก็ตามที่มีจุดยืนดังกล่าวข้างต้น เป็นการเปลี่ยนแปลงอำนาจทางการเมืองของฝ่ายที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ไม่ปรารถนาดีต่อประเทศชาติ เป็นฝ่ายที่แสดงเจตนาที่จะไม่เคารพกฎหมายและเหตุผล เราจึงขอยืนหยัดใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ เพื่อชุมนุมอย่างสงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธต่อไปในทำเนียบรัฐบาล และขอปฏิเสธรัฐบาลที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

1. เราไม่ต้องการ "นายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด หรือรัฐบาลผสมที่มีส่วนร่วมจากพรรคพลังประชาชน" ซึ่งหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศไปนานแล้ว กระทำผิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถจะเชื่อได้ว่าจะปฏิบัติตามแถลงการณ์ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยฉบับที่ 21/2551 ด้วยความจริงใจ

2. เราไม่ต้องการ "รัฐบาลแห่งชาติ ที่มาจากการส่งตัวแทนทุกพรรคการเมืองเข้าร่วมรัฐบาล" เพราะจะทำให้เกิดการสมยอมกันในทางการเมือง ขาดการถ่วงดุลตรวจสอบในสภาผู้แทนราษฎร จึงย่อมไม่สามารถที่จะปฏิบัติตามแถลงการณ์ฉบับที่ 21/2551 ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้เช่นกัน

3. เราไม่ต้องการ "บุคคลที่เคยตระบัดสัตย์ต่อคำมั่นสัญญา ต่อมวลมหาประชาชนมาเป็นนายกรัฐมนตรี" ซึ่งไม่สามารถที่จะเชื่อถือต่อคำมั่นสัญญาใดๆ ที่จะปฏิบัติตามแถลงการณ์ฉบับที่ 21/2551 ในอนาคตได้

4. เราไม่ต้องการการรัฐประหาร เพื่อกลุ่มผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง และไม่ปฏิบัติตามแถลงการณ์ฉบับที่ 21/2551

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถือว่า วิกฤตการเมืองครั้งนี้ได้มาถึงทางตัน ไม่อาจจะแก้ไขได้ด้วยวิธีการเดิมๆ จึงขอเสนอทางออกด้วยการให้มี "รัฐบาลประชาภิวัฒน์" ซึ่งมีหลักการดังต่อไปนี้

1. ส่งเสริมให้คนดีมาปกครองบ้านเมือง มิให้คนไม่ดีมีอำนาจ ขอให้นักการเมืองในรัฐสภายอมเสียสละพื้นที่ของตัวเอง ยอมให้บุคคลที่เป็นคนดี ซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีประวัติด่างพร้อย มีความสามารถ และมีความจริงใจในการแก้ไขวิกฤตของบ้านเมือง ให้เข้ามาบริหารประเทศชั่วคราวโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทุกระดับ ปราศจากตัวแทนผลประโยชน์ของพรรคการเมือง ปราศจากตัวแทนผลประโยชน์ของ กลุ่มการเมือง และปราศจากตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์ของกลุ่มทุน

2. ให้รัฐบาลประชาภิวัฒน์เข้ามาดำเนินการภารกิจเฉพาะกิจ เพื่อแก้ไขวิกฤตของบ้านเมืองตามแนวทางในแถลงการณ์ฉบับที่ 21/2551 ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย สะสางความอยุติธรรมทั้งปวงและคืนความยุติธรรมกลับสู่สังคมไทย

3. รัฐบาลประชาภิวัฒน์ จะต้องเป็นกลุ่มคนที่พร้อมปฏิรูปการเมืองร่วมกับประชาชนด้วยความจริงใจ เป็นแกนกลางระดมความร่วมมือจากองค์กรประชาชนทุกภาคส่วน ทุกสาขาอาชีพ เพื่อกำหนดอนาคตและทิศทางของประเทศชาติร่วมกัน ช่วยกันพัฒนาสร้างสรรค์ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งเนื้อหา รูปแบบ โครงสร้างทางการเมืองและวัฒนธรรมทางการเมือง ที่อยู่บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง เพื่อความเป็นธรรมในสังคม และรับผิดชอบโดยให้ประชาชนมีอำนาจในการตรวจสอบได้อย่างแท้จริง

4. รัฐบาลประชาภิวัฒน์ จะร่วมกำหนด "วาระแห่งชาติ" ที่แท้จริง และครอบคลุมปัญหาและความเรียกร้องของประชาชนทุกภาคส่วน และทุกสาขาอาชีพ

5. รัฐบาลประชาภิวัฒน์ จะร่วมกับประชาชนเพื่อทำให้เกิด "สภาประชาภิวัฒน์" ที่มีองค์ประกอบหลากหลาย กว้างขวาง เพื่อนำพาประเทศให้พ้นจากวิถีการเมืองแบบเดิม ที่เอื้อต่อการทุจริต คอร์รัปชัน ใช้เล่ห์เพทุบายเพื่อหลบเลี่ยงจากการตรวจสอบ และไม่ตอบสนองปัญหาและความต้องการของประชาชน

การก่อกำเนิดของรัฐบาลประชาภิวัฒน์ และการปฏิบัติตามเงื่อนไขในแถลงการณ์ ฉบับ 21/2551 เท่านั้น จะเป็นแนวทางในการแก้ไขวิกฤตของชาติได้


พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2551
ณ ทำเนียบรัฐบาล


ที่มา Matichon Online 15 กันยายน 2551 00:37 น.
โดย นางสาวชณัฐดา โยธาวุฒิ ID:5131601288 sec.02
สำนักวิชานิติศาสตร์